NyxBlacksmith

Intro Axel (Dark Culture)

posted on 22 Oct 2011 20:23 by ccknovel  in NyxBlacksmith
ภาพของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังโลดแล่นท่ามกลางสมรภูมิ ที่อาบผืนแผ่นดินไปด้วยโลหิตสีชาติของผู้กล้า
 
และผู้บริสุทธิ์ นับไม่ถ้วน
 
อย่างสง่างาม และ เข้มแข็ง เธอคนนั้น สามารถปราบ อริศัตรูที่ผู้ที่พยายามสร้างภัยอันตรายต่อตนได้อย่าหมดสิ้น
...  
นั้นมันเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของผมจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงภาพความฝัน
 
ผมนั้นจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั้น 
 
อักษร X บนกระดาษในมือ เป็นเพียงหลักฐานเดียวที่แสดงถึงตัวตนในอดีตของผม 
 
"เฮ้ย!! เอ็กซ์เซ่ มัวเหม่อ อยู่ได้ จะเดินทางแล้วนะ" เสียงทักจากเพื่อนสาวร่วมสมาคม
 
ทำเอาผมสะดุ้งดังวิญญาณที่หลุดออกจากร่างไปยังที่แสนไกลได้กลับมาพำนัก ณ ที่เดิมอีกคราว
 
ทำเอาผมเด้งลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวประจำที่มุมห้องของดาบยาวประจำตัวที่อยู่ในห่อผ้าอย่างดี
 
เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลยังคงอยู่บนโต๊พร้อมด้วยสัมภาระอื่นๆ รอบตัว
 
ผมได้หันไปทางเพื่อนสาว แล้วพูดขึ้น"ไปกันเถอะ ไอรีน รีบๆไป ทำภารกิจ แล้ว รีบๆ กลับมานอน"
 
นั่นแหละ คำพูดประจำของผมที่ทำเอาเพื่อนๆ พากันเมิด หน้าหนี
 
แต่สำหรับเธอคนนี้ "นายนี่ นะ ตลกได้ ตลอดเวลาจริงๆ " ผมล่ะ ชอบสีหน้าของเธอตอนตอบแบบนี้จริงๆ เลย 
 
===
 
ระหว่างทางเดินในถนนชนบทที่มุ่งหน้าไปยังภูเขาเรียบชายฝั่ง
 
คือไอรีนกับผมใช้กันเป็นประจำเพราะผู้คนใช้สัญจรน้อย
 
 
"นี่นายยังจำภารกิจเดี่ยวแรกของตัวเองได้หรือเปล่า ?" ไอรีนถามด้วยอาการสงสัย ซึ่ง คำถามนี้เอง 
 
เริ่มนึก ถึงเหตุการณ์ "เมื่อ 5 ปีก่อนผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชื่ออะไร
 
รู้แต่ว่าผมต้องหนี หนี หนี เพื่อเอาชีวิตรอด"
 
แต่สิ่งที่ผมตอบเธอไป "เราจำไม่ได้ มันเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไรน่ะ"
 
ไอรีนออกอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดแต่คำตอบไม่ตรงกับสีหน้านั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นฟ่วงเท่าไร
 
"ไม่เป็นไรหรอก แต่สำหรับฉันมันเป็นอะไรที่ จะจำจนวันตายเลยเนี่ย ต้องไปแต่งชุดอะไร
 
สยิวกิ้วพวกนั้นเนี่ย ชาตินี้ไม่เอาอีกแล้วนะ >< "
 
ทั้งๆผมไม่ได้พูดอะไรไปเท่าไร แต่เธอคนนี้
 
เป็นคนที่พูดมากซะจนผมรู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้นกว่าสมัยตอนมาอยู่ที่สมาคมใหม่ๆ 
 
"แล้วภารกิจงวดนนี้ทำอะไรล่ะเธอ" ผมถามตัดบท เล็กน้อย ซึ่งไอรียนก็ หยิบม้วนกระดาษ ออกมา
 
แล้วอ่านขึ้น อย่างเสียงดังแบบประชดประชันผม
 
===

edit @ 22 Oct 2011 20:24:47 by CCKNovel

Intro Laria (Dark Culture)

posted on 22 Oct 2011 19:41 by ccknovel  in NyxBlacksmith
"ภารกิจกวาดล้างเสร็จสิ้น..."คำพูดของชายหนุ่มออกมาจากปากอย่างแผ่วเบาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้อง ร่างไร้วิญญาณนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นห้องซึ่งถูกปูด้วยกระเบื้องอย่างวิจิตรงดงาม
 
 
เสียงพูดของบุคคลหนึ่งดังออกมาจากลูกแก้วในมือซ้ายของชายหนุ่มเพื่อถามถึงสถานการณ์ "ว่าไงนะ ลาร์เลีย ทางนี้ไม่ได้ยินเลย"
 
... ชายหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากภาพของกองเลือดไปยังเพดานสีขาวสะอาดตาปราศจากร่องรอยใดๆ 
 
"ภารกิจเรียบร้อยแล้วครับ งวดนี้อาจารย์ต้องพาไปเลี้ยงตามสัญญาด้วยนะครับ" 
 
ที่ปลายทางการสื่อสาร อีกด้านหนึ่งของลูกแก้ว "ได้เลยตามสัญญา...เลิกการติดต่อ"
 
หลังจบการสนทนา ชายสูงวัยในชุดภูมิฐานสีกรมท่า เอามืดปิดทีปากตัวเองแล้วรำพึงขึ้น
 
"ฉันขอโทษนะ ลีเลีย เลไอ " 
 
ที่ปลายทางของชายหนุ่ม เขาค่อยๆเดินออกมาจากที่เกิดเหตุอย่างเชื่องช้า พลางดู สถานที่เกิดเหตุ
 
ซึ่งร้องรอยความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากเขา
 
ด้วยความสังเวชต่อตัวตน "ฉันทำแบบนี้มันถูกแล้วจริงเหรอ..." เขาค่อยๆเดินต่อไปยังแสงสว่างที่ประตูหน้า 
 
"ก็ ฉันคนเองนี่แหละที่เลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง...เส้นทางเบื้องหลังประวัติศาสตร์อันแสนสงบ"
 
===หลังจากนั้นไม่นาน===
 
เรื่องเล่าของเหตุการณ์นองเลือดถูกโจทย์จันไปทั่ว ระแวกที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังเป็นที่น่าฉงน
 
"ไม่มีร่องรอยของผู้ก่อเหตุแม้แต่น้อย"  
 
ราวกับสลายหายไปหลังจากเกิดเหตุ จนทางการได้มาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเป็นการหักหลังกันเอง
 
ซึ่งสุดท้ายจบลงเป็นเหตุการณ์ดังกล่าว
 
ลาร์เลีย บรรจงคลี่หนังสือพิมพ์ออกเพื่ออ่านรายละเอียดของเรื่องราวที่เขาเองเป็นผู้ที่ทราบเป็นอย่างดี 
 
ณ ที่ห้องโถงเพดานสูงทำจากหินอ่อน ประดับด้วยโคมไฟแบบโบราณขนาดใหญ่ที่กลางห้อง
 
ซึ่งมีเก้าอี้นวมล้อมเป็นวงอยู่ มากมาย
 
เนื้อความได้กล่าวต่อไปว่า"เหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต ถึง 23 ราย
 
ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นคนของตระกูลชนชั้นสูง AXX 
 
ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้คนในละแวกใกล้เคียงต่างให้การเหมือนกันว่า
 
"เวลาช่วงเช้ามีชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตรงเข้าไปยังที่เกิดเหตุ 
 
แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นคนนั้นเดินออกมาอีกเลย..."
 
" หลังจากใช้เวลาเพ่งตัวหนังสือขนาดเล็กอยู่นาน เขาก็ถอนใจออกมาเบาๆ 
 
"ดีนะที่ไม่มีใครเห็นว่าเราออกมาแล้ว" ในห้วงเวลาที่บรรยากาศค่อยๆผ่อนคลายลง
 
"แหมๆ ใจลอยอีกแล้วนะ คุณน้อง!! " 
 
การจู่โจมอย่างเป็นมิตรจากผู้มาเยือน โดยการสับด้วยสันมือเข้าที่ท้ายทอยของ ลาร์เลีย อย่างเบาๆ 
 
ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก "อ้าว!!! เจ็ทำเอาตกใจหมดเลย"
 
ผู้หญิงที่เข้ามาทักทายคือรุ่นพี่สาวที่อายุห่างกันไม่มาก
 
"เหอๆ ฉันรู้เรื่องหมดแล้วน้าาา น้องชาย" นั่นคือคำพูดต่อมาจากปากรุ่นพี่สาว
 
ซึ่งเปรียบเสมือนการเร่งการทำงานในสมองแก่คนน้อง
 
ให้เริ่มตื่นตระหนกกับสิ่งที่เป็นภัยกับตนเอง ซึ่งจากการประมวลผลแล้ว การรับมือแบบเนิบๆ ดีที่สุด  
 
"อะไรเหรอครับพี่..รู้อะไรมาเหรอครับ" พร้อมด้วยหน้าตาใสซื่อ
 
จะมีอะไรล่ะที่หลอกลวงได้ดีกว่านี้ แต่ก่อนจะได้เริ่มการรับเมือนั้น 
 
ดูเหมือนปราการจะผังลงซะแล้ว ด้วยคำพูดที่ว่า "เรื่องนี้นะ ถึงหูอาจารย์แล้ว "
 
พร้อมด้วยท่าทางชี้ไปที่หนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านอยู่
 
อาการต่อมาของน้องคนเดิมคือ หน้าซีดเผือก มีเหงื่อออกมาที่ฝ่ามือ น้ำลายเหนียวข้นจนกลืนแทบไม่ลง 
 
 จากนั้นรุ่ยพี่สาวก็ค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อพูดบางอย่าง "พี่ล้อเล่นน่า"  
 
แค่คำๆเดียวกลับแปรเปลี่ยนอาการเจียรตายเป็นอาการช๊อกซีนีม่าได้ในพริบตา
 
"ว่าแล้วล่ะ ว่าแกต้องใจลอยเรื่องนี้อยู่ " รุ่นพี่พูดทายถูกตรงจุดเจ็บใจของรุ่นน้อง ลาร์เลียนิ่งแล้วตอบ
 
"ใช่สิครับก็ มันเป็นภารกิจเดี่ยว ชิ้นแรกของผมนิ ไม่ต่างจากของพี่เท่าไรหรอกใช่ไหมล่ะ"
 
การที่พี่น้องทั้ง 2 พูดหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ทำเอาเสียเวลาไปมาก จนคนพี่นึกขึ้นได้
 
ว่าตนเองมีนัดกับคนบางคนที่ นั่งเงียบอยู่ที่มุมห้องอีกฝากหนึ่ง 

Endless Tales... by Nyx Blacksmith

posted on 08 Sep 2011 18:33 by ccknovel  in NyxBlacksmith

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าชายนักผจญภัยกับเจ้าหญิงขี้โรคคนหนึ่งออกเดินทางไปด้วยกันเพื่อไปยังบ้านเมืองของเจ้าหญิงและอภิเษกสมรสกัน  

ทุกครั้งที่เจ้าหญิงมีอันตราย หรือเจ็บป่วย เจ้าชายจะคอยดูแลและปกป้องเจ้าหญิงตลอดมาอย่างเต็มกำลัง

จนกระทั่งครั้งหนึ่งที่เจ้าหญิงตกอยู่ในอันตรายซึ่งเจ้าชายก็เข้าช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถจนตัวเอง

ได้รับบาดเจ็บไม่สามารถเดินทางต่อไปได้หากไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลา 1 เดือนระยะทางที่เหลือเรียกได้ว่าใกล้มากแล้วแทนที่จะรอเพื่อรักษาเจ้าชายให้หายดีแล้วออกเดินทางต่อไปด้วยกัน เจ้าหญิงกลับ ออกเดินทางไเพียงลำพังกับอัศวินที่เดินทางผ่านมาพบทั้ง 2 เข้าซึ่งเจ้าชายคิดว่าเป็นหนทางที่ปลอดภัยกว่าจะให้อยู่กับตนที่ทำอะไรไม่ได้หลังจากนั้น 1 เดือน ตามที่คาดการณ์ไว้ เจ้าชายหายดีและสามารถเดินทางต่อไปได้ เจ้าชายรีบร้อนทุกวิถีทางเพื่อไปที่เมืองซึ่งเจ้าหญิงรออยู่แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ณ สถานที่ๆเจ้าชายแวะพักนั้น เขาได้ข่าวการอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิง กับ อัศวินที่ช่วยเหลือเจ้าหญิงไว้เจ้าชายไม่เชื่อในข่าวนั้น จึงรีบไปให้ถึงที่เมืองกว่าเดิม เขาควบม้าโดยไม่หลับนอน 5 วันเพื่อไปให้ถึงเมือง ซึ่งเป็นที่ๆฝันร้ายนั้นกลายเป็นจริงข่าวลือที่ได้ยินมานั้นเป็นจริงทุกประการ  เจ้าหญิงบัดนี้กลายเป็นราชินีแล้ว ซึ่งที่ข้างๆของราชินี คือราชา อัศวินคนนั้น เจ้าชายรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก จากคำสัญญามากมาย ประสบการณ์ดีๆ ระหว่างการเดินทาง ที่มีร่วมกันกับเจ้าหญิงหลังจากนั้น  เจ้าชายได้เดินเข้าไปในถ้ำลับแล ซึ่งเป็นสถานที่ๆมีเรื่องเล่าว่า ผู้ใดที่เข้าไปมักไม่ได้กลับออกมาเมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดลงตัวโดยที่ ไม่จำเป็นต้องมีตัวเจ้าชายอีกต่อไป เขาคิดว่า "เรามันเป็นคนที่ไร้ค่า เป็นสุนัขขี้แพ้ที่ได้แต่ โกรธแค้นไปวันๆ"

ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป เจ้าชายเดินทางลึกเข้าไปในถ้ำและหายไปตลอดกาล......