ภาพของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังโลดแล่นท่ามกลางสมรภูมิ ที่อาบผืนแผ่นดินไปด้วยโลหิตสีชาติของผู้กล้า
และผู้บริสุทธิ์ นับไม่ถ้วน
อย่างสง่างาม และ เข้มแข็ง เธอคนนั้น สามารถปราบ อริศัตรูที่ผู้ที่พยายามสร้างภัยอันตรายต่อตนได้อย่าหมดสิ้น
...
นั้นมันเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของผมจริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงภาพความฝัน
ผมนั้นจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนั้น
อักษร X บนกระดาษในมือ เป็นเพียงหลักฐานเดียวที่แสดงถึงตัวตนในอดีตของผม
"เฮ้ย!! เอ็กซ์เซ่ มัวเหม่อ อยู่ได้ จะเดินทางแล้วนะ" เสียงทักจากเพื่อนสาวร่วมสมาคม
ทำเอาผมสะดุ้งดังวิญญาณที่หลุดออกจากร่างไปยังที่แสนไกลได้กลับมาพำนัก ณ ที่เดิมอีกคราว
ทำเอาผมเด้งลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวประจำที่มุมห้องของดาบยาวประจำตัวที่อยู่ในห่อผ้าอย่างดี
เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลยังคงอยู่บนโต๊พร้อมด้วยสัมภาระอื่นๆ รอบตัว
ผมได้หันไปทางเพื่อนสาว แล้วพูดขึ้น"ไปกันเถอะ ไอรีน รีบๆไป ทำภารกิจ แล้ว รีบๆ กลับมานอน"
นั่นแหละ คำพูดประจำของผมที่ทำเอาเพื่อนๆ พากันเมิด หน้าหนี
แต่สำหรับเธอคนนี้ "นายนี่ นะ ตลกได้ ตลอดเวลาจริงๆ " ผมล่ะ ชอบสีหน้าของเธอตอนตอบแบบนี้จริงๆ เลย
===
ระหว่างทางเดินในถนนชนบทที่มุ่งหน้าไปยังภูเขาเรียบชายฝั่ง
คือไอรีนกับผมใช้กันเป็นประจำเพราะผู้คนใช้สัญจรน้อย
"นี่นายยังจำภารกิจเดี่ยวแรกของตัวเองได้หรือเปล่า ?" ไอรีนถามด้วยอาการสงสัย ซึ่ง คำถามนี้เอง
เริ่มนึก ถึงเหตุการณ์ "เมื่อ 5 ปีก่อนผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชื่ออะไร
รู้แต่ว่าผมต้องหนี หนี หนี เพื่อเอาชีวิตรอด"
แต่สิ่งที่ผมตอบเธอไป "เราจำไม่ได้ มันเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าจดจำเท่าไรน่ะ"
ไอรีนออกอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดแต่คำตอบไม่ตรงกับสีหน้านั้นเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นฟ่วงเท่าไร
"ไม่เป็นไรหรอก แต่สำหรับฉันมันเป็นอะไรที่ จะจำจนวันตายเลยเนี่ย ต้องไปแต่งชุดอะไร
สยิวกิ้วพวกนั้นเนี่ย ชาตินี้ไม่เอาอีกแล้วนะ >< "
ทั้งๆผมไม่ได้พูดอะไรไปเท่าไร แต่เธอคนนี้
เป็นคนที่พูดมากซะจนผมรู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้นกว่าสมัยตอนมาอยู่ที่สมาคมใหม่ๆ
"แล้วภารกิจงวดนนี้ทำอะไรล่ะเธอ" ผมถามตัดบท เล็กน้อย ซึ่งไอรียนก็ หยิบม้วนกระดาษ ออกมา
แล้วอ่านขึ้น อย่างเสียงดังแบบประชดประชันผม
===
edit @ 22 Oct 2011 20:24:47 by CCKNovel
"ภารกิจกวาดล้างเสร็จสิ้น..."คำพูดของชายหนุ่มออกมาจากปากอย่างแผ่วเบาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้อง ร่างไร้วิญญาณนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นห้องซึ่งถูกปูด้วยกระเบื้องอย่างวิจิตรงดงาม
เสียงพูดของบุคคลหนึ่งดังออกมาจากลูกแก้วในมือซ้ายของชายหนุ่มเพื่อถามถึงสถานการณ์ "ว่าไงนะ ลาร์เลีย ทางนี้ไม่ได้ยินเลย"
... ชายหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากภาพของกองเลือดไปยังเพดานสีขาวสะอาดตาปราศจากร่องรอยใดๆ
"ภารกิจเรียบร้อยแล้วครับ งวดนี้อาจารย์ต้องพาไปเลี้ยงตามสัญญาด้วยนะครับ"
ที่ปลายทางการสื่อสาร อีกด้านหนึ่งของลูกแก้ว "ได้เลยตามสัญญา...เลิกการติดต่อ"
หลังจบการสนทนา ชายสูงวัยในชุดภูมิฐานสีกรมท่า เอามืดปิดทีปากตัวเองแล้วรำพึงขึ้น
"ฉันขอโทษนะ ลีเลีย เลไอ "
ที่ปลายทางของชายหนุ่ม เขาค่อยๆเดินออกมาจากที่เกิดเหตุอย่างเชื่องช้า พลางดู สถานที่เกิดเหตุ
ซึ่งร้องรอยความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากเขา
ด้วยความสังเวชต่อตัวตน "ฉันทำแบบนี้มันถูกแล้วจริงเหรอ..." เขาค่อยๆเดินต่อไปยังแสงสว่างที่ประตูหน้า
"ก็ ฉันคนเองนี่แหละที่เลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง...เส้นทางเบื้องหลังประวัติศาสตร์อันแสนสงบ"
===หลังจากนั้นไม่นาน===
เรื่องเล่าของเหตุการณ์นองเลือดถูกโจทย์จันไปทั่ว ระแวกที่เกิดเหตุ แต่ก็ยังเป็นที่น่าฉงน
"ไม่มีร่องรอยของผู้ก่อเหตุแม้แต่น้อย"
ราวกับสลายหายไปหลังจากเกิดเหตุ จนทางการได้มาสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเป็นการหักหลังกันเอง
ซึ่งสุดท้ายจบลงเป็นเหตุการณ์ดังกล่าว
ลาร์เลีย บรรจงคลี่หนังสือพิมพ์ออกเพื่ออ่านรายละเอียดของเรื่องราวที่เขาเองเป็นผู้ที่ทราบเป็นอย่างดี
ณ ที่ห้องโถงเพดานสูงทำจากหินอ่อน ประดับด้วยโคมไฟแบบโบราณขนาดใหญ่ที่กลางห้อง
ซึ่งมีเก้าอี้นวมล้อมเป็นวงอยู่ มากมาย
เนื้อความได้กล่าวต่อไปว่า"เหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต ถึง 23 ราย
ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นคนของตระกูลชนชั้นสูง AXX
ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้คนในละแวกใกล้เคียงต่างให้การเหมือนกันว่า
"เวลาช่วงเช้ามีชายหนุ่มแปลกหน้าเดินตรงเข้าไปยังที่เกิดเหตุ
แต่หลังจากนั้นก็ไม่เห็นคนนั้นเดินออกมาอีกเลย..."
" หลังจากใช้เวลาเพ่งตัวหนังสือขนาดเล็กอยู่นาน เขาก็ถอนใจออกมาเบาๆ
"ดีนะที่ไม่มีใครเห็นว่าเราออกมาแล้ว" ในห้วงเวลาที่บรรยากาศค่อยๆผ่อนคลายลง
"แหมๆ ใจลอยอีกแล้วนะ คุณน้อง!! "
การจู่โจมอย่างเป็นมิตรจากผู้มาเยือน โดยการสับด้วยสันมือเข้าที่ท้ายทอยของ ลาร์เลีย อย่างเบาๆ
ทำเอาชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก "อ้าว!!! เจ็ทำเอาตกใจหมดเลย"
ผู้หญิงที่เข้ามาทักทายคือรุ่นพี่สาวที่อายุห่างกันไม่มาก
"เหอๆ ฉันรู้เรื่องหมดแล้วน้าาา น้องชาย" นั่นคือคำพูดต่อมาจากปากรุ่นพี่สาว
ซึ่งเปรียบเสมือนการเร่งการทำงานในสมองแก่คนน้อง
ให้เริ่มตื่นตระหนกกับสิ่งที่เป็นภัยกับตนเอง ซึ่งจากการประมวลผลแล้ว การรับมือแบบเนิบๆ ดีที่สุด
"อะไรเหรอครับพี่..รู้อะไรมาเหรอครับ" พร้อมด้วยหน้าตาใสซื่อ
จะมีอะไรล่ะที่หลอกลวงได้ดีกว่านี้ แต่ก่อนจะได้เริ่มการรับเมือนั้น
ดูเหมือนปราการจะผังลงซะแล้ว ด้วยคำพูดที่ว่า "เรื่องนี้นะ ถึงหูอาจารย์แล้ว "
พร้อมด้วยท่าทางชี้ไปที่หนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านอยู่
อาการต่อมาของน้องคนเดิมคือ หน้าซีดเผือก มีเหงื่อออกมาที่ฝ่ามือ น้ำลายเหนียวข้นจนกลืนแทบไม่ลง
จากนั้นรุ่ยพี่สาวก็ค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อพูดบางอย่าง "พี่ล้อเล่นน่า"
แค่คำๆเดียวกลับแปรเปลี่ยนอาการเจียรตายเป็นอาการช๊อกซีนีม่าได้ในพริบตา
"ว่าแล้วล่ะ ว่าแกต้องใจลอยเรื่องนี้อยู่ " รุ่นพี่พูดทายถูกตรงจุดเจ็บใจของรุ่นน้อง ลาร์เลียนิ่งแล้วตอบ
"ใช่สิครับก็ มันเป็นภารกิจเดี่ยว ชิ้นแรกของผมนิ ไม่ต่างจากของพี่เท่าไรหรอกใช่ไหมล่ะ"
การที่พี่น้องทั้ง 2 พูดหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ทำเอาเสียเวลาไปมาก จนคนพี่นึกขึ้นได้
ว่าตนเองมีนัดกับคนบางคนที่ นั่งเงียบอยู่ที่มุมห้องอีกฝากหนึ่ง